โทรศัพท์ติดต่อเรา

12 ศาลเจ้าดังในญี่ปุ่น

ศาลเจ้าในประเทศญี่ปุ่นมีมากมายแทบนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ศาลเจ้าขนาดเล็กไปจนศาลเจ้าขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละที่ก็มีประวัติมาอย่างยาวนานนับร้อยนับพันปี จึงนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวควรหาโอกาสแวะสักการบูชา สักครั้ง

1Meiji Jingu Shrine

ที่แรกเป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในย่านฮาราจุกุของโตเกียว ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มาโตเกียวแล้วพลาดไม่ได้ ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้มีความร่มรื่นและบรรยากาศของความศักดิ์สิทธิ์อยู่เต็มเปี่ยม แค่ผ่านเสาโทริอิซึ่งเป็นเสาโทริอิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นบริเวณทางเข้าของศาลเจ้าก็จะรู้สึกสงบและเย็นใจขึ้นมาเลย

นอกจากบรรยากาศที่ร่มรื่นศาลเจ้า Meiji Jingu แห่งนี้ยังมีพื้นที่กว่า 7 แสนตารางเมตร ภายในบริเวณของศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีสวนสวยให้ชมด้วย สำหรับใครที่ชอบการเสี่ยงเซียมซีที่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังมีใบทำนายเป็นภาษาอังกฤษให้เอาด้วย ไม่ต้องห่วงมาเสี่ยงมาแล้วจะอ่านไม่รู้เลย

หากเที่ยวสนุกในโตเกียวแล้วอยากสัมผัสความร่มรื่นชื่นใจ เราขอแนะนำให้แวะมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้เพราะบรรยากาศของที่นี่จะเปลี่ยนอารมณ์และจิตใจให้สงบลง ทั้งนี้หากต้องการขอพรเรื่องความรักละก็ที่นี่เค้าก็ศักดิ์สิทธิ์เรื่องนี้เหมือนกัน

2Nikko Toshogu

Nikko Toshogu เป็นศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในเมืองมรดกโลกอย่าง Nikko จึงเป็นสถานที่สำคัญของเมืองนี้ ใครได้มาเที่ยวเมืองนี้มาแล้วไม่แวะมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้ก็เหมือนมาไม่ถึง นอกจากความศักดิ์สิทธิ์แล้วศาลเจ้าแห่งนี้ยังออกแบบมาอย่างวิจิตรสวยงาม โดยเน้นที่การตกแต่งด้วยไม้สลักและประดับตกแต่งด้วยทองยิ่งดูงดงามและทรงพลังมาก ๆ แวะเวียนมาที่เมืองนี้แล้วต้องไม่

3Tsurugaoka Hachimangu

Kamakura ก็เป็นเมืองท่องเที่ยวที่หลายคนแพลนจะมากัน ที่นี่มีศาลเจ้าชินโตขนาดใหญ่ กว้างขวาง เก่าแก่กว่าพันปีที่มีชื่อว่า Tsurugaoka Hachimangu ซึ่งสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ไม่ยากจากสถานี Kamakura

ภายในบริเวณของศาลเจ้ายังมีบรรยากาศที่สวยงามร่มรื่น ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้นานาพันธุ์ บ่อน้ำรวมไปถึงสวนดอกไม้ที่เมื่อถึงฤดูกาลก็มีจัดแสดงดอกโบตั๋นให้ดูด้วย นอกจากนี้ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมในการจัดงานแต่งงานสไตล์ญี่ปุ่นของคนญี่ปุ่น ถ้าโชคดีก็อาจจะได้เห็น และบริเวณทางเข้าของศาลเจ้ายังมีร้านแผงลอยอาหารและขนมอร่อย ๆ อยู่ด้วยนะ

4Dazaifu Tenmangu

Dazaifu Tenmangu เป็นศาลเจ้าชื่อดังประจำฟุกุโอกะ เชื่อกันว่าที่นี่เป็นสถานที่สถิตย์ของเทพเจ้าแห่งการเรียนรู้ จึงเป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาขอพรให้เรื่องของการเรียนรู้และความปราชเปรื่อง รวมไปถึงการประสบความสำเร็จในอนาคตด้วย

บรรยากาศของศาลเจ้าแห่งนี้มีความเก่าแก่และสวยงาม ยิ่งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมยังเป็นช่วงที่ต้นบ๊วยออกดอกบานสะพรั่งสวยงามกว่า 6,000 ต้นอีกด้วย และบริเวณด้านหน้าของศาลเจ้ายังมีร้านค้าเรียงรายกันอยู่มากมาย มีขนมสไตล์ญี่ปุ่นหลากหลายให้ได้ลองอร่อย โดยเฉพาะขนมโมจิย่างไส้ถั่วแดงแสนอร่อยที่ขอแนะนำให้ลองชิม

5Izumo Taisha

ที่ชิมาเนะ (Shimane) มีศาลเจ้าเก่าแก่ที่ชื่อว่า Izumo Taisha อยู่ ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างเอาไว้ในสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม และยังเป็นที่นิยมขอผู้ที่ต้องการมาขอพรเรื่องความรักและความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

โดยเค้ามีขั้นตอนในการขอพรด้วยนะ ด้วยการปรบมือ 4 ครั้งก่อนจะขอพรแทนการปรบมือเพียง 2 ครั้งตามปกติที่ไปขอพรกับศาลเจ้าแห่งอื่น เนื่องจากเชื่อกันว่าการปรบมือ 4 ครั้งนั้น 2 ขั้นสำหรับตนเอง อีก 2 ครั้งสำหรับคนรักของเราหรือคนที่เรากำลังแอบรักนั่นเอง ใครอยากขอพรเรื่องรัก ๆ ละก็ความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าแห่งนี้น่าจะช่วยคุณได้

6Ise Jingu Ichinomiya

ถ้าพูดถึงศาลเจ้าชินโตที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ก็คงจะหนีไม่พ้นศาลเจ้า Ise Jingu แห่งนี้ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญมาก ๆ ทางศาสนาชินโตของญี่ปุ่น สำหรับคนที่เลื่อมใสในศาสนานี้ต่างก็ต้องการจะมาเยือนที่นี่ให้ได้สักครั้งในชีวิต

โดยศาลเจ้าแห่งนี้มีอายุราว 2,000 ปี และมีขนาดใหญ่มาก โดยมีด้วยกันสองส่วนคือศาลเจ้าชั้นนอกและศาลเจ้าชั้นใน ทั้งสองแห่งจะมีระยะทางที่ค่อนข้างไกลกันเนื่องจากศาลเจ้ามีบริเวณที่กว้างใหญ่ อย่างไรเมื่อมาและขอแนะนำให้แวะเวียนไปให้ด้ทั้งสองที่ และด้วยความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าแห่งนี้จึงข้อห้ามสำคัญที่นักท่องเที่ยวอย่างเราต้องปฏิบัติตามก็คือ การไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอใด ๆ

หลังจากสักการะเทพเจ้าในศาลเจ้าแล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับเราขอแนะนำให้เดินเล่นถนนโอคาเกะโยโคะโจ (Okage-yokocho) ที่ให้บรรยากาศของเมืองเอโดะเนื่องจากเรียงรายไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่ยมากมาย นอกจากจะได้ขอพรให้สบายใจแล้ว ยังได้เดินเล่นสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่น ๆ อีกด้วย

7Fushimi Inari Taisha

ศาลเจ้า Fushimi Inari Taisha แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเกียวโต ถูกสร้างขึ้นมากว่าพันปีที่แล้ว จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้คือมีเสาโทริอิสีแดงจำนวนหลายหมื่นต้นเรียงรายต่อกันขึ้นไปบนเขา โดยเสาเหล่านี้มาจากการบริจาคของผู้ที่มีศรัทธา ซึ่งสำหรับการเดินชมเสาโทริอิเหล่านี้นั้นเราสามารถเดินชมได้ทั่วทั้งภูเขา โดยผู้คนชื่อกันว่าภูเขาแห่งนี้เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นบรรยากาศในการเดินลอดผ่านเสาโทริอิไปนั้นราวกับว่าเราเดินเข้าไปในโลกคู่ขนานที่แสนลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งเมื่อขึ้นไปถึงบนเขาแล้วจะได้สัมผัสกับบรรยากาศและอากาศดี ๆ ด้วย

นอกจากนั้นแล้วศาลเจ้าแห่งนี้ยังเป็นที่สถิตย์ของจิ้งจอกสัตว์รับใช้ของเทพเจ้า ทำให้ภายในบริเวณศาลเจ้ามีรูปปั้นของจิ้งจอกตั้งอยู่มากมาย มาสัมผัสบรรยากาศของศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้กันได้

8Kiyomizu Temple

Kiyomizu ตั้งอยู่ในเกียวโตและยังเป็นวัดชื่อดังที่เป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวมากมายจนเรียกได้ว่าที่มาเกียวโตแล้วไม่แวะเวียนมาวัดแห่งนี้ก็เหมือนยังมาไม่ถึงเลยทีเดียว ซึ่งชาวไทยอย่างเราจะรู้จักกันในนาม ‘วัดน้ำใส’ นั่นเอง และที่เรียกว่าวัดน้ำใสนั้นเนื่องจากวัดนี้มีน้ำตกไหลผ่าน และยังสามารถดื่มเพื่อช่วยให้โชคในเรื่องต่าง ๆ ตามความเชื่อได้อีกด้วย

ด้วยการก่อสร้างที่มีลักษณะเฉพาะตัวแบบสถาปัตยกรรมโบราณจนได้ขึ้นเป็นมรดกโลก โดยวัดแห่งนี้สร้างด้วยไม้โดยไม่มีการใช้ตะปูใด ๆ และทิวทัศน์ที่สวยงามทั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิยามดอกซากุระบาน และช่วงใบไม้เปลียนสีที่งดงามทำให้วัดแห่งนี้ที่เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด

ไม่ไกลกันนั้นยังมีย่านการค้าย่าน Higashiyama ที่เรียงรายไปด้วยร้านค้าสไตล์ดั้งเดิม เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านขนมของฝากดั้งเดิมมากมาย สำหรับใครที่อยากใส่ชุดกิโมโนหรือยูคาตะถ่ายรูป มาถ่ายที่ย่านนี้รับรองว่าจะได้รูปสวย ๆ สไตล์ญี่ปุ่นกลับไป

9Kinkakuji

Kinkakuji หรือที่เราเรียกกันว่า ‘วัดทอง’ เป็นอีกหนึ่งวัดที่งดงามของเกียวโต ด้วยตัววัดที่มีสีทองเด่นอร่ามสวยงามตั้งโดดเด่นท่ามกลางน้ำและในทิวทัศน์ที่แสนงดงาม กระทั่งเงาสะท้อนวดบนน้ำก็ยิ่งเพิ่มความสวยงามขึ่นอีก โดยวัดนี้เป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามและล้ำค่าของญี่ปุ่นจนได้ขึ้นเป้นมรดกโลก หากได้มาเกียวโตที่นี่เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ต้องมาเยือน

10Itsukushima Shrine

Itsukushima Shrine เป็นศาลเจ้าทีตั้งอยู่บนเกาะ Miyajima ที่นี่มีประวัติยาวนานกว่า 1,400 ปี และยังเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น โดยตัววัดนี้ถูกสร้างขึ้นบนชายทะเลมองดูแล้วเหมือนกับว่าศาลเจ้าถูกสร้างให้ลอยอยู่เหนือน้ำ

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือมีเสาโทริอิสีแดงสูงกว่า 16 เมตรตั้งอยู่กลางทะเลซึ่งเป็นสิ่งที่เราหาชมได้ยากเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หาชมได้ยาก เป็นศาลเจ้าที่ควรแวะมาชมและสัมผัสความพิเศษเช่นนี้สักครั้งในชีวิต

11.Towada Jinja

ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์โบราณที่มีตำนานเล่าขานกันว่าสร้างขึ้นก่อนสมัยเอโดะ ตัวศาลเจ้าสร้างจากไม้อายุเก่าแก่มีฐานก่อด้วยหินก้อนใหญ่เป็นเนินสูง มีต้นไม้สูงใหญ่มากมายปกคลุมเพิ่มความขลังของศาลเจ้า ด้านหน้ามีระฆังใบใหญ่สำหรับตีเพื่อเป็นสิริมงคล ศาลเจ้าแห่งนี้จึงนับเป็นสิ่งที่สะท้อนประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของชาวพุทธซึ่งยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

ศาลเจ้าแห่งนี้มีการเสี่ยงทายที่ต่างไปจากศาลเจ้าอื่น ๆ โดยการใช้กระดาษ “Oyori Kami” ที่มีจำหน่ายในศาลเจ้า โยนลงไปในทะเลสาบโทวาดะซึ่งเชื่อกันว่ามีเทพเจ้ามังกรนามว่า ทัตสึโกะและฮาชิมะทาโร่ หลับไหลอยู่ หากกระดาษนั้นจมลงไปในน้ำ แสดงว่าสิ่งที่คุณอธิษฐานขอพรจะเป็นจริง แต่หากกระดาษนั้นไม่จมและลอยกลับมายังชายหาด แสดงว่าคำขอนั้นไม่เป็นจริง  

  1. Fushimi Inari Taisha

เสาโทริอิสีแดงนับพันต้นเรียงรายกว่า 233 เมตร เกิดเป็นอุโมงค์โทริอิอันงดงามจนมีชื่อเสียงโด่งดังดึงดูดใจนักท่องเที่ยวมากมายให้มากราบไหว้และเยี่ยมชม ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเฮอัน ซึ่งต่อมาในปี 1589 โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ได้บริจาคโทริอิขนาดใหญ่ไว้ที่ทางเข้า ทำให้เริ่มมีผู้บริจาคโทริอิตามเพื่อความเป็นสิริมงคลจนมีจำนวนมากอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

โดยมีเทพอินาริเป็นตัวแทนแห่งความอุดมสมบูรณ์ การเก็บเกี่ยวข้าว รวมไปถึงพืชผลต่าง ๆ และมีจิ้งจอกเป็นสัตว์คู่กาย จึงสามารถพบเห็นรูปปั้นจิ้งจอกมากมายอยู่บริเวณศาลแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

หากใครมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางก็สามารถซื้อโทริอิขนาดเล็กราคาไม่กี่ร้อยเยนนำมาวางเพื่อสักการบูชา หรือจะซื้อเอมมะ(ป้ายไม้)รูปจิ้งจอก มาเขียนคำอธิษฐานเพื่อให้สมหวังในเรื่องต่าง ๆ ก็ได้ด้วย