โทรศัพท์ติดต่อเรา

แจกพิกัดเที่ยว ปัว บ่อเกลือ น่าน

จังหวัดน่าน อีกหนึ่งโซนท่องเที่ยวยอดฮิตทางภาคเหนือ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนิบช้า  ด้วยวิถีชีวิต บรรยากาศ รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่เรียกว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่ภูเขา ทำให้เราหลงรักน่านได้อย่างง่ายดาย และครั้งนี้ ดีแพลนทัวร์จะนำท่านไปรู้จักกับโซน ปัว-บ่อเกลือ ที่จะทำให้คุณหลงรักเมืองน่านได้อย่างแน่นอน

 

1.กาแฟบ้านไทลื้อ – ลำดวนผ้าทอ, ปัว

 

 

มาถึงอำเภอปัว จังหวัดน่าน  ต้องแวะมาจิบเครื่องดื่ม กาแฟ และจิบบรรยากาศสไตล์ไทลื้อพื้นบ้าน ที่ ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ  ของร้านลำดวนผ้าทอ เป็นอีกหนึ่งร้าน เก๋ ไก๋  ติดริมนาข้าวแฝงไปด้วยบรรยากาศแบบไทลื้อดั้งเดิม นั่งจิบกาแฟ มองดูวิวนาข้าวและขุนเขาที่อยู่เบื้องหน้า  พร้อมถ่ายภาพเช็คอินเก๋ๆ ยังกระท่อมปลายนาในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใคร

 

2.วัดภูเก็ต

 

 

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่บ้านเก็ต อ.ปัว จึงมีชื่อเรียกตามที่ตั้งง่ายๆ ตรงตัวว่า วัดภูเก็ต นั่นเอง ภายในวัดมีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ ประดิษฐานหลวงพ่อแสนปัว ให้ชาวพุทธได้มาสักการะบูชากัน และประดับภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงามโดยรอบ นอกจากจะเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านแล้ว ทำเลที่ตั้งของวัดก็กลายเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมีชื่อเสียงของอ.ปัวด้วย เพราะสามารถมองเห็นได้ทั้งขุนเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง และทุ่งนาเขียวขจีที่แผ่กว้างไปจรดทิวเขาเบื้องหน้า กลายเป็นภาพงดงามน่าชมมากๆ

 

3.อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

 

 

มาถึงอ.ปัว ขาดไม่ได้เลยคือการได้ขับรถไต่ถนนคดเคี้ยวขึ้นเขาบนเส้นทางปัว-บ่อเกลือ เข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โดยมีจุดที่น่าสนใจบนเส้นทางทั้งต้นเต่าร้างยักษ์ ต้นชมพูภูคา ศาลพญาภูคา และจุดชมวิวที่ระดับความสูง 1715 แถมยังได้เพลิดเพลินไปกับวิวทิวเขาสลับซับซ้อนและหมู่บ้านชาวเขาเป็นหย่อมๆ ยิ่งถ้ามาในช่วงฤดูฝน-หนาว ก็จะได้สัมผัสกับสายลมเย็นๆ รวมทั้งสายหมอกลอยละล่องอยู่ในอากาศ เรียกว่าเป็นบรรยากาศน่าหลงใหลชวนถ่ายรูปจนลืมเวลากันเลยทีเดียวค่ะ

 

4.วัดภูมินทร์

 

 

แลนด์มาร์กสำคัญกลางเมืองน่านที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะเวียนมาเสมอ ทั้งจากความเก่าแก่ของวัดที่มีอายุกว่า 400 ปี สร้างในสมัยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครองนครน่าน รวมไปถึงสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่สร้างเป็นวิหารทรงจตุรมุขคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว รวมไปถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดในสมัยปลายรัชกาลที่ 4 ฝีมือหนานบัวผัน โดยเฉพาะภาพกระซิบรัก หรือภาพของปู่ม่านย่าม่าน ที่หลายคนรู้จักดี แต่ถ้าให้มองลึกลงไปในรายละเอียด โดยเฉพาะสายนักออกแบบและคนรักผ้า ก็จะได้พบกับรายละเอียดเครื่องแต่งกายของคนล้านนาเมื่อร้อยกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะวิธีการทอผ้า และลวดลายบนซิ่น ซึ่งช่วยเชื่อมโยงวิถีการทอผ้าน่านในอดีตกับปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

 

5.วัดศรีพันต้น

 

 

วัดสวยเก่าแก่คู่เมืองน่านอีกแห่ง สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่านแห่งราชวงศ์ภูคา โดดเด่นด้วยวิหารสีทองอร่าม มีประติมากรรมปูนปั้นที่วิจิตรงดงาม เชิงบันไดประดับเป็นรูปพญานาคเจ็ดเศียรฝีมือช่างสล่าแห่งเมืองน่าน ภายในยังมีภาพเขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติที่งดงามและทรงคุณค่า ที่ใครไปเที่ยวน่านต้องหาโอกาสไปชมเป็นบุญตาสักครั้ง

 

6.ถนนคนเดินปัว

 

 

ถนนคนเดินปัว ที่นี่เปิดทุกวันศุกร์-เสาร์ เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็น ประมาณ4โมง ยาวไปถึงตอยน3ทุ่ม ถนนคนเดินแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณสามแยกหน้าวัดปรางค์ ซึ่งเป็นถนนคนเดินขนาดเล็กๆ แยกออกเป็นสามทาง ความยาวประมาณ100เมตร มีลานขันโตกให้นั่งกินอาหาร พร้อมโชว์จากชาวบ้านที่สลับหมุนเวียนตลอดทั้งคืนค่ะ

 

7.บ่อเกลือโบราณ

 

 

บ่อเกลือ อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน เกลือสินเธาว์เพื่อ บริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณและนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนา จีนตอนใต้เมื่อก่อนนี้จะมีบ่อเกลือหลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้น โดยการทำเหลือจะหยุดทำในช่วงเช้าพรรษาและจะทำ อีกครั้งในช่วงออกพรรษา ซึ่งในบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่าง ๆอีก 8 หมู่บ้าน บ้านบ่อหลวงมีบ่อเกลือสาธารณะอยู่ 2 บ่อ ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือ และบ่อใต้ บ่อเหนืออยู่ริมแม่น้ำบางส่วนบ่อใต้ห่างออก ไปราว 500 เมตรติดเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน และด้วยอำเภอบ่อเกลือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม โอบล้อมด้วย ขุนเขาเขียวขจี บ่อเกลือจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่านที่รอคอยนักเดินทางเข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาตและตำนานการทำเกลือบนที่สูง

 

8.ถนนลอยฟ้า

 

 

ถนนลอยฟ้า 1256 เส้นทางจากอำเภอปัว สู่อำเภอบ่อเกลือ สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาและสายหมอกที่สวยงาม จนใครก็ต้องมาเมื่อมาที่จังหวัดน่าน บรรยากาศเส้นทาง “ถนนลอยฟ้า 1256” ถือได้ว่าเป็นถนนที่รถวิ่งไม่เยอะมาก แต่เต็มไปด้วยธรรมชาติสองข้างทางแบบจัดเต็ม ทั้งภูเขา ต้นไม้ และสายหมอก สามารถจอดรถข้างทางแล้วลงไปถ่ายรูปกับธรรมชาติแบบฟิน ๆ ได้เลยบริเวณช่วงถนนลอยฟ้า บอกเลยว่าธรรมชาติในหน้าฝนมันดีมาก ตอนเที่ยงยังมีสายหมอกพัดผ่านทิวเขา เห็นภาพแบบนี้แล้วรู้สึกชื่นใจ สดชื่น ขึ้นมาเลยทันที

 

9.น้ำตกสะปัน

 

 

น้ำตกสะปัน เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีทั้งหมด3 ชั้น แต่ละชั้นไม่สูงมาก มีน้ำไหลตลอดปี แต่มากบ้างน้อยบ้างตามฤดูกาล มีความสวยงามมากค่ะ สภาพป่าไม้บริเวณน้ำตกมีความร่มรื่น สมบูรณ์สวยงามมาก มองไปทางไหนก็เป็นสีเขียว ป่ามีความชื้นสูง ทำให้มีพวกตะไคร่น้ำเกาะตามทางเดิน ตามต้นไม้ สวยแปลกตา น้ำตกนี้เงียบสงบ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเลย คนที่ไป ก็ไปเพื่อดูน้ำตกจริงๆค่ะ

 

10.สะพานหมู่บ้านสะปัน

 

 

หมู่บ้านสะปัน ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่เหมือนถูกต้องมนต์ เข้ามาภายในบรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงถนนเส้นเล็กๆ ที่ตีขนานเทียบกับลำธารน้ำไหล ที่ฉากหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่และมีไอหมอกปกคลุม ส่วนมุมเด็ดของหมู่บ้านก็คือสะพาน ซึ่งมีอยู่สองจุด คือสะพานปูนกลางหมู่บ้าน ที่ช่วงวันเสาร์จะมีถนนคนเดินเล็กๆให้เลือกช้อป และอีกที่คือสะพานแขวนท้ายหมู่บ้าน ที่รอบๆเป็นทุ่งนาสีเขียว ที่รับรองว่าถ่ายรูปมุมไหนก็สวย